CALVIN PLUS ( แพ็ค3ขวด) [BIOPHARM] :: www.ptnpharma.com ::

CALVIN PLUS ( แพ็ค3ขวด) [BIOPHARM]

รหัส:
00602
ราคา:
700.00
ระบุสินค้่า:
แพ็ค add to cart
ย้อนกลับ

รายละเอียด:

1 Calvin Plus แคลเซียมคาร์บอเนต 1500 mg
คาลวินพลัส (สามารถให้แคลเซียม 600 mg)
อาหารเสริมแคลเซียมและแร่ธาตุต่างๆ วิตามิน ดี 3  ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
  แมงกานีส,ทองแดง,สังกะสี ช่วยในการสร้างกระดูก
Best seller !! ธาตุโบรอน  ช่วยลดการขับออกของแคลเซียมทางไต,
  เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
  ขนาดบรรจุ 60 เม็ด


กระดูกคุณอายุเท่าไร?
          99% ของแคลเซียมนั้นถูกสะสมในกระดูกและฟันโดยในภาวะปกติ แล้วแคลเซียม ในเนื้อกระดูก จะถูกนำมาออกมาสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดการหมุนเวียน ของแคลเซียมในเนื้อกระดูก โดยร่างกายจะนำแคลเซียมไปใช้ในกลไกต่างๆ เช่น การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ, การสื่อสารระหว่างระบบประสาท  เป็นต้น ในวัยอายุไม่เกิน 30 ปี อัตราการเก็บแคลเซียมจะมากกว่าอัตราการนำออก เพียงเล็กน้อย ยกเว้น บุคคลผู้นั้น ได้รับอาหาร ไม่ครบองค์ประกอบ หรืออายุมากขึ้นก็จะเสียเนื้อกระดูก ได้มากกว่าอัตราการ นำออกจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น และจะเพิ่มมากขึ้นถ้าท่านมีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่, อยู่ในวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น ดังนั้น ในช่วงอายุ ก่อน 30 ปี เป็น โอกาสทอง ที่จะเก็บ สะสมเนื้อกระดูกให้มากที่สุด
            การสะสมมวลกระดูกในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เนื่องมากจากลักษณะโครงสร้างที่ใหญ่กว่า  การสะสมมวลกระดูกและความหนาแน่นกระดูกในผู้หญิงจึงน้อยกว่า โดยมีการศึกษาว่า ผู้หญิงในวัยที่มีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้วนั้นจะมีความหนาแน่นของกระดูกน้อยกว่าผู้ชาย 15% และ มวลกระดูกน้อยกว่าประมาณ 30% (Mazess,1982) ปริมาณการสะสมของกระดูกนั้นมีหลายปัจจัย เช่น เชื้อชาติ, พันธุกรรม, การออกกำลังกาย รวมถึง การได้รับปริมาณแคลเซียมที่เพียงพอในแต่ละวัน
การสูญเสียมวลกระดูก
            อายุเป็นปัจจัยสำคัญในการสูญเสียมวลกระดูก โดยทั้งผู้หญิงและผู้ชายนั้นเมื่ออายุเข้า 40 ปี มวลกระดูกก็จะเริ่มลดลง ในอัตราประมาณ 1.2% ต่อปี โดยในหญิงที่หมดประจำเดือนนั้นจะมีอัตราการสลายสูงขึ้น และหลังหมดประจำเดือนแล้วเป็นเวลา 5-10 ปีจะเพิ่มการสลายในอัตรา 0.25-1% ต่อปีเลยทีเดียว หรือเทียบเท่ากับสูญเสียแคลเซียม 300 mg ต่อวัน รวมถึงเพศชายก็จะมีการสลายกระดูกเพิ่มขึ้นแต่ช้ากว่าผู้หญิงหมดประจำเดือนแล้วประมาณ 10 ปี  ซึ่งกลไกนี้ขึ้นกับฮอร์โมนในร่างกายและปริมาณแร่ธาตุอื่นๆ เช่น แคลเซียม แต่กลไกการปรับสมดุลแคลเซียมนั้นจะมีประสิทธิภาพลดลงเมื่ออายุมากขึ้น การดูดซึมกลับของแคลเซียมนั้นลดลง การสลายของกระดูกเพิ่มขึ้น จึงอาจนำมาสู่โรคกระดูกพรุนได้
โรคกระดูกพรุน
                หมายถึง การที่เนื้อกระดูกซึ่งประกอบไปด้วยเกลือแร่ต่างๆ โดยมีธาตุแคลเซี่ยมเป็นองค์ประกอบสำคัญ รวมตัวอยู่กับสาร อินทรีย์ เช่น โปรตีน เกิดการเปลี่ยนแปลง การลดปริมาณเนื้อกระดูกเป็นผลทำให้ กระดูก บางลง ซึ่งมีโอกาสหักง่าย ภาวะนี้มี ชื่อ เรียกหลายชื่อ เช่น กระดูกพรุน กระดูกผุ กระดูกเสื่อม กระดูกย่น หรือมีชื่อทางการแพทย์ว่า "OSTEOPOROSIS"
โรคกระดูกพรุนนี้พบมากในผู้สูงอายุโดยประมาณ 60 ปีขึ้นไปโดยจะพบปัญหาในหญิงมากกว่าชาย เพราะในหญิงจะมีการลดลงของเนื้อกระดูกเป็นอย่างมากในช่วง 5 ปี หลังวัยหมดประจำเดือน สตรีวัยหมดประจำเดือน ปัญหากระดูกพรุนนี้ก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิต  คุณภาพของชีวิตและ ทรัพย์สินอย่างมาก ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยหนึ่งในการป้องกันโรคกระดูกพรุนที่มีประสิทธิภาพนั้นก็คือ การรับประทานอาหารเสริมแคลเซียม โดยมีการวิเคราะห์ผลการวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ก่อนหน้านี้จำนวน 17 งานวิจัย คิดเป็นผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยจำนวน 52,625 คน ไม่ว่าจะเป็นเสริมแคลเซียมอย่างเดียวหรือเสริมแคลเซียมร่วมกับวิตามินดี จะให้ผลในการป้องกันกระดูกหัก ในช่วง 3.5 ปีที่ได้รับการเสริม ความเสี่ยงกระดูกหักลดลงและลดการสูญเสียเนื้อกระดูกในส่วนของสะโพกและสันหลัง นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารเสริมแคลเซียมอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 80% (กล่าวคือ ใน 10 วัน ต้องรับประทานอาหารเสริมดังกล่าวไม่น้อยกว่า 8 วัน)จะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหัก เนื่องจากภาวะกระดูกพรุนได้เป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ที่รับประทานอาหารเสริมไม่สม่ำเสมอ
 
  • คุณรู้หรือไม่ ปี พ.ศ. 2550 คนไทยที่มีอายุเกิน 60 ปี มีจำนวนประมาณ 6.5 ล้านคน ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนถึงกว่า 3 ล้านคนหรือประมาณ 49% ของจำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทย (ข้อมูลจากมูลนิธิกระดูกพรุนฯ) (ทำใส่กรอบแยกออกมา)
 
ปริมาณแคลเซียมที่แนะนำต่อวัน /recommended Calcium intake
อายุ /Age ปริมาณแคลเซียม/ Calcium dosage
เด็ก / Children    1-3 ปี /years
                           4-8 ปี/years
                          9-18 ปี/years
  500 mg
  800 mg
  1,300 mg
ผู้ใหญ่/Adult  19-50 ปี/years
                   > 50 years                                                       
    
 1,000 mg
 
 1,200 mg
 หญิงตั้งครรภ์/Pregnancy ≥ 19 ปี/year 1,000 mg
หญิงให้นมบุตร/ Lactation ≥ 19 ปี/year 1,000 mg
Ref: NHI Calcium on Demand
ปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน
  • วัยหมดประจำเดือน    เป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงโดยวัดมวลกระดูกได้ต่ำกว่า                 ระดับปกติถึง 25-40%
  • การได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ การศึกษาพบกว่าการได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ จะมีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนลดลง โดยปริมาณแนะนำที่ Calcium 800-1,200 mg และ Vitamin D 400-800 IU
  • การขาดวิตามิน D  การได้รับวิตามินที่เพียงพอนั้นสำคัญมาก การศึกษาพบว่าการได้รับปริมาณแคลเซียมและวิตามินที่เพียงพอ ช่วยลดปริมาณฮอร์โมนทำลายกระดูกในผู้สูงอายุ
  • แร่ธาตุสำคัญอื่นๆ        เช่น ทองแดง (Cu), แมงกานีส (Mn), สังกะสี (Zn), โบรอน (Br) แร่ธาตุดังกล่าวช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
  • ขาดการออกกำลังกาย               การออกกำลังกาย เป็นการฝึกฝนให้กระดูกได้รับน้ำหนักและแรงกดดัน กระตุ้นการทำงานของกลไกการสร้างกระดูก
  • การบริโภคยาบางชนิด                เช่น ยากันชัก, กลุ่มยารักษาโรคไทรอยด์ , ยากลุ่มสเตียรอยด์ เป็นต้น
  • การบริโภคเหล้าและบุหรี่         การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นการเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคกระดูกพรุน เพราะทั้งแอลกอฮอล์และบุหรี่เป็นพิษต่อกลไกการสร้างกระดูก
  • การบริโภคอาหารบางชนิด         เช่น การรับประทานโปรตีนมากเกินไป อาจทำให้เกิดการขับแคลเซียมมากกว่าปกติ, อาหารจำพวกไฟเบอร์ อาจไปขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม, การดื่มกาแฟ ในผู้สูงวัยอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนได้
การป้องกันและรักษา
  • การใช้ฮอร์โมนทดแทน ได้แก่ Estrogen replacement therapy (ERT)
  • การออกกำลังกาย ช่วยกระตุ้นกลไกการสร้างกระดูก เช่น การเดิน, การวิ่ง, ยกน้ำหนัก เป็นต้น
  • การได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ ในแต่ละช่วงวัยนั้นควรได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ เพื่อกระบวนการการสร้างกระดูกที่มีประสิทธิภาพ
อาหาร แคลเซียม(มก.)
นมไขมันเต็ม (250 มล.) 290
นมพร่องไขมัน (250 มล.) 295
นมไม่มีไขมัน (250 มล.) 300
โยเกิร์ตรสธรรมชาติขาดไขมัน (1 กระปุก) 225
โยเกิร์ตรสผลไม้ (1 กระปุก) 157.5
นมเปรี้ยวพร้อมดื่ม (180 มล.) 106
ไอศกรีม (120 มล.) 85
เนยแข็ง / ชีส (1 ออนซ์ / 30 กรัม) 205
 
 
 
 
หลายคนคิดว่า การได้รับแคลเซียมอย่างเดียวเพียงพอต่อการป้องกันโรคกระดูกพรุน??
          แต่เนื่องจากแคลเซียมสามารถช่วยป้องกันได้เพียงกระดูกบางชนิด ได้แก่ cortical bone  หรือส่วนขอบของกระดูก แต่ส่วนของ trabecular bone หรือ กระดูกร่างแห (ซึ่งเป็นส่วนที่เกิดกระดูกพรุนบ่อยมาก) นั้นไม่สามารถแข็งแรงมากขึ้นด้วยแคลเซียมเพียงอย่างเดียว เราจึงต้องเลือกอาหารเสริมที่ประกอบด้วยแร่ธาตุอื่นๆ เช่น โบรอน, ทองแดง เป็นต้น
 
การเลือกรับประทานแคลเซียม
1 เลือกแคลเซียมที่ให้แคลเซียมอิสระได้ในปริมาณที่เหมาะสม ผลิตภัณฑ์แคลเซียมในท้องตลาดมักระบุในรูปขอสารประกอบที่แตกต่างกัน ซึ่งจะให้แคลเซียมอิสระที่แตกต่างกัน แคลเซียมคาร์บอเนตเป็นรูปแบบที่ให้สารประกอบแคลเซียมอิสระสูงสุด คือ 40%    นั่นหมายถึง หากได้รับประทานแคลเซียมคาร์บอเนตในปริมาณ 1500 mg จะได้รับแคลเซียมอิสระ 600 mg
2.  มีวิตามิน D 3 (Cholecalciferol) ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้เล็ก อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการดูดซึมกลับแคลเซียมที่ไตอีกด้วย
3.  ควรมีแร่ธาตุที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทองแดง(Cu), แมงกานีส (Mn), สังกะสี (Zn) และ โบรอน (Br)
4.  ไม่มีสารอื่นเจือปน เช่น น้ำตาล, เกลือ, น้ำตาลแลคโตส, สารกันบูด ที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายเช่น เป็นสารก่อมะเร็งเป็นต้น
5.  ผลิตจากโรงงานที่มีคุณภาพ โรงงานที่ได้รับ PIC/s หรือ EU GMP คือมาตรฐานวิธีการที่ดีในการผลิตยาเทียบเท่ากับประเทศในสหภาพยุโรป จึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าที่ผลิตออกมาสู่ผู้บริโภค
 
 
Copper          ช่วยในการเชื่อมกันของคอลลาเจน และอิลาสตินในไขข้อ
Manganese   ช่วยในการสังเคราะห์ Mucopolysaccharide ซึ่งเป็นสารจำเป็นในการสร้างกระดูก
Zinc               มีบทบาทในการทำงานของเซล Osteoblastic ซึ่งเป็นเซลล์ที่ช่วยในการสร้างกระดูก, การสังเคราะห์คอลลาเจน
Boron
  1. จากการวิจัยการได้รับโบรอน เสริม ในหญิงที่หมดประจำเดือนนั้น สามารถลดการขับออกของแคลเซียมและแมกนีเซียมได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณฮอร์โมนเพศได้แก่ 17 beta estradiol และ testosterone ที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมน เพศหญิง ซึ่งเกี่ยวกับภาวะทางอารมณ์, การชะลอความชรา
  2. มีรายงานวิจัยว่าโบรอนนั้นกระตุ้นการทำงานของแร่ธาตุหลากหลายชนิด รวมถึง แคลเซียม แมกนีเซียม และ วิตามิน D ซึ่งมีผลต่อความแข็งแรงของกระดูก
  3. การได้รับโบรอนในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุนได้
  4. แหล่งอาหารที่มี โบรอนอยู่มาก ได้แก่ ผลอะโวคาโด, ผลกีวี, องุ่น, พืชตระกูลถั่ว เช่น อัลมอนด์, ถั่วลิสง เป็นต้น